มิถุนายน 7, 2020

เว็บข่าวบอลบันเทิง รับรู้ทุกความเคลื่อนไหว

ทันทุกเรื่องhit อัพเดททุกเรื่องhot ทั้งไทยและต่างประเทศ

“ชาริล ชัปปุยส์” หากทีมชาติต้องการ ผมพร้อมจะกลับไป

ครั้งนั้นทีมชาติไทย ที่มี “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุมทัพ แม้สถานการณ์จะกุมความได้เปรียบ หลังจากเกมนัดแรกเปิดบ้านเอาชนะ มาเลเซีย 2-0 ทว่าเกมผ่านไป 80 นาที กลายเป็นเจ้าถิ่นเสือเหลืองที่นำห่างเป็น 3-0 หากจบแบบนี้มาเลเซีย จะคว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์รวม 3-2

เข้าสู่นาทีที่ 82 ไทยได้ฟรีคิกบริเวณหน้าหัวกระโหลกกรอบเขตโทษกลางประตู สารัช อยู่เย็น ปั่นบอลข้ามกำแพงถูก ฟาริซาล มาร์เลียส ปัดทิ้งได้แต่ดันเข้าทางปืน และเป็น “ชัปปุยส์” ที่วิ่งตามเข้ามาซ้ำดาบสองด้วยซ้ายส่งบอลเข้าประตูไปให้ไทยไล่ตามเป็น 1-3 ผุดความฝันให้แฟนบอลไทยอีกครั้ง

ประตูของชัปปุยส์ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทัพ “ช้างศึก” กระทั่งนาทีที่ 87 ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะมาซัดประตูตอกฝาโลงช่วยให้ทีมชาติไทย บุกไปแพ้ มาเลเซีย 2-3 แต่เพียงพอต่อการเป็นแชมป์ซูซูกิ คัพ ในถิ่นถ้ำเสือ ด้วยผลสกอร์รวมสองนัด ไทยชนะ 4-3 และเป็นการกลับมาคว้าแชมป์รายการนี้รอบ 12 ปีของไทยอีกด้วย

มิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-สวิสเซอร์แลนด์ วัย 28 ปี ที่ถูกตั้งฉายาจากคนกีฬาเมื่อ 6 ปีที่แล้วให้กับเขาว่า “เทพบุตร AEC สามีล้านเมีย” ยังคงทำผลงานร้อนแรงให้กับทีมชาติอย่างต่อเนื่อง กอบโกยแชมป์ซูซูกิ คัพ 2 สมัย ปี 2014 และปี 2016, แชมป์ซีเกมส์ 2013 1 ครั้ง และอันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 2014

ทว่าชื่อของชัปปุยส์ ถูกลบจากสารบบทีมชาติไทย ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา จากปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ทำให้ฟอร์มแกร่งของเขาในช่วงนั้นหายไปในพริบตา และเป็นช่วงเดียวที่อดีตกุนซือทีมชาติไทยอย่าง “ซิโก้” ประกาศลาออกจากการทำหน้าที่นั่นเอง

ปัจจุบัน “ชัปปุยส์” ได้เข้ามาจรดปากกาเซ็นสัญญาอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี หลังจาก “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรคนสวยอยากได้ตัวเขามาร่วมทีมเป็นอย่างมาก เพื่อสู้ศึกไทยลีก ฤดูกาล 2020 ก่อนจะได้สมใจอยาก

เส้นทางลูกหนังกว่าจะมาสวมยูนิฟอร์มสิงห์เจ้าท่า ชัปปุยส์ถือว่าผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เริ่มตั้งแต่การเป็นเด็กฝึกหัดของ “กราสฮอปเปอร์ ซูริค” ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในแข้งตัวหลักของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ชุดคว้าแชมป์โลก ยู-17 เมื่อปี 2009 อีกด้วย

หลังหมดสัญญายืมตัวกับ “ลูกาโน” ทีมลีกรองแดนนาฬิกา ชัปปุยส์ได้ย้ายมาค้าแข้งในดินแดนขวานทองไทยกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่เลกแรกของฤดูกาล 2013 ก่อนจะโยกไปเล่นให้ สุพรรณบุรี เอฟซี ช่วงเลกที่สองของซีซั่น 2014

กระทั่งปี 2017 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ไปดึงตัวชัปปุยส์มาอยู่ในถิ่นกิเลนผยอง ทว่าฤดูกาล 2019 ชัปปุยส์ลงเล่นตัวจริงให้กับ เอสซีจี เมืองทองฯ เพียงแค่ 12 นัดเท่านั้น และลงสนามด้วยการเป็นสำรองไปถึง 11 นัด รวมทั้งไม่ค่อยได้ถูกใช้งานเท่าไหร่ จนย้ายมาเล่นให้กับการท่าเรือ เอฟซี ในที่สุด

7 ปีผ่านไปในสมรภูมิลูกหนังไทยลีก กวาดแชมป์ไปมากมาย อาทิ ไทยลีก 1 สมัย , เอฟเอ คัพ 1 สมัย , ลีก คัพ 1 สมัย และถ้วย พระราชทาน ก. 2 ครั้ง ซึ่งเป็นแชมป์กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งหมด แต่ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนจะเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน ชัปปุยส์ก็ยังคงเป็นขวัญใจแฟนบอลสาวๆทั่วทั้งประเทศไทยอยู่เช่นเดิม

เป้าหมายปีที่ 8 ในการเล่นฟุตบอลที่เมืองไทยของชัปปุยส์ อันดับแรกคือการแย่งตำแหน่งตัวจริงในถิ่น แพท สเตเดี้ยม ให้ได้ จากนั้นเชื่อว่าคงหนีไม่พ้นการตั้งเป้าคัมแบ็ก เพื่อกลับไปติดธงชาติไทยบนหน้าอกซ้ายอีกครั้ง

เรือเล็กอาจไร้แรงหรือพลังที่ยิ่งใหญ่ เราไม่ได้เป็นยอดมนุษย์ในโลกอุดมคติ ออกไปมันต้องเจอคลื่นหนักๆซัดอยู่แล้ว ปลายทางมันไม่มีอะไรแน่นอน แต่เราต้องลองเสี่ยงลองสู้ดู ไม่งั้นมันจะไม่รู้เลยว่าปลายทางอยู่ตรงไหน !

“ถ้าไม่สู้ จะไม่มีทางพบกับความสำเร็จได้ บางครั้งมันต้อง “เสี่ยง” ออกไปสู้ เป็นการสร้างโอกาสขึ้นมาด้วยน้ำมือตัวเอง แลกกับความล้มเหลวที่อาจจะต้องไปน็อคเอาท์กลางมหาสมุทร แม้คำตอบจะอยู่ท่ามกลางคลื่นลมก็ตาม แต่เชื่อว่า “ชัปปุยส์” จะกลับไปติดทีมชาติไทยอีกครั้งในอนาคต”

หวังว่าลูกหนังรวมถึง “อากิระ นิชิโนะ” เฮดโค้ชใหญ่ทีมชาติไทย จะได้ยลฟอร์มการเล่นฉบับใหม่ของชัปปุยส์จนติดตราตรึงใจ และดึงเขาหวนไปรับใช้ชาติอีกครั้งใน
อนาคต

“หากทีมชาติยังต้องการ ผมก็พร้อมที่จะกลับไปต่อสู้เต็มที่อย่างแน่นอน” ชาริล ชัปปุยส์ !

.

.

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ :: https://www.thaisnews.com/