บทความ

กุนซือราคาแพงที่สุด แห่งอาเซียนที่ทุกคนอยากรู้

กุนซือที่ราคาแพงที่สุด แห่งอาเซียน ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงและเป็นใครบ้าง

ชิน แต ยอง กับรายได้ด้วยราคาประมาณ 1,000,000 USD/ ปี

สำหรับชิน แต ยอง เป็นกุนซือชาวเกาหลีใต้ เกิดเมื่อวันที่ 11 ต.ค. 1970 ที่เมืองชนบุค เคยอยู่ชุดนักเตะที่ลุยศึกฟุตบอลโลก ที่ประเทศรัสเซีย เคยเป็นนักเตะในตำแหน่งกองกลาง อยู่กับทีมซองนัมเอฟซี ก่อนจะไปเล่นให้กับเอลีกออสเตรเลีย กับทีมควีนส์แลนด์รอร์ ปัจจุบันอายุ 48 ปี เคยเป็นส่วนหนึ่งให้กับทีม ที่สามารสร้างความสำเร็จ ให้กับทีมมากมาย ทั้งได้แชมป์เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีกก็เคยผ่านมาแล้ว ปัจจุบันชิน แต ยอง ถูกทีมชาติอินโดนิเซีย ตัดสินใจทุ่มเงินเป็นจำนวนมหาศาล

เพื่อที่จะดึงตัวอดีตกุนซือทีมชาติเกาหลีใต้ เข้ามาคุมทัพของอินโอนีเซีย และวางโครงสร้างทีมใหม่ทั้งหมด เพื่อใช้ในเกมการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น โดยชิน แต ยอง เคยผ่านการคุมทีมโสมขาวมาแล้วทั้งชุด U-20, U-23 และทีมชุดใหญ่ และถือว่าเป็นกุนซือที่มีค่าเหนื่อย ที่แพงสุดในอาเซียนตอนนี้อีกด้วย สำหรับกุนซือที่มีชื่อเสียงในอาเซียน ปัจจุบันที่กำลังเกิดการแข่งขันกันอย่างหนัก เรียกได้ว่าตามหาเฮดโค้ช เพื่อไปฝึกลูกทีมให้สามารถ เอาชนะคู่แข่งได้นั้นนับได้ว่า

เป็นการตามหากุนซือที่สามารถ พาทีมขึ้นสู่อันดับที่ 1 ของทางอาเซียนบ้างสักครั้ง โดยมีผู้ติดโผรายได้มาที่สุดในอาเซียน เป็นอันดับแรกที่ผู้สนใจ ได้ทราบถึงความสามารถของ กุนซือแต่ละคน นับได้ว่าเป็นกุนซือที่มีโปรฟาย ที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่ง ของเอเซียนเลยก็ว่าได้ อีกทั้งตลอดระยะเวลาตามสัญญา 4 ปีที่ต้องคุมทัพเมืองอิเหนา มีข่าวคราวหลายครั้ง เกือบหลุดเก้าอี้ก็เคยเกิดขึ้น แต่สุดท้ายก็ยังคงเหนียวแน่นอยู่ดี กับการเกาะติดเก้าอี้กุนซือเมืองอิเหนา

กุนซือดังสัญชาติญี่ปุ่น ที่กุมบังเหียนช้างศึกของไทย

อากิระ นิชิโนะ เป็นกุนซือสัญชาติญี่ปุ่น ที่ก้าวขึ้นมากุมบังเหียน ทีมช้างศึกของไทย ด้วยอัตราราคาค่าเหนื่อยต่อเดือนที่จำนวน 80.000 USD ตกราวๆราคาที่ 960.000 USD/ ปี สำหรับกุนซือทีมชาติไทยสัญชาติญี่ปุ่น เข้ากุมบังเหียนทัพช้างศึกจนถึงปัจจุบัน และยังคุมทีมชุด U-23 ของเมืองไทยอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการมาช่วยเหลือ และพัฒนาทีมช้างศึกชาติไทย เพื่อให้สามารถขึ้นสู้ทีมชาติอื่นๆ ในอาเซียนให้ได้นั่นเอง

สำหรับการที่ทางเมืองไทย ได้ทาบทามกุนซือดังสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาช่วย ควบคุมและดูแลทีมนั้น เนื่องจากต้องการความรู้ความสามารถ ของทางกุนซือคนดัง ให้มาช่วยเหลือและพัฒนา ทีมช้างศึกไทยให้สามารถ พัฒนาไปได้อย่างก้าวไกลนั่นเอง นับว่าเป็นการจ้างกุนซือต่างชาติ ด้วยอัตราราคาที่ค่อนข้างสูง เพื่อมาพัฒนาทีมชาติไทย ให้สามารถทัดเทียมต่างชาติกได้ เรียกได้ว่าเป็นการเสริมสร้าง ประสบการณ์

และสไตล์การเล่นของทีมให้ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง สำหรับเฮดโค้ชชาวญี่ปุ่น อากิระ นิชิโนะ ไม่ได้สวยหรูอย่างที่หลายคนคิด เพราะช่วงแรกของการทำหน้าที่โค้ชนั้น เพียงแค่เป็นโค้ชช่วยเหลือทีมเท่านั้น โดยเป็นโค้ชทดแทนโค้ชของทีมชาติญี่ปุ่น คือรุ่นที่อายุไม่เกิน 20 ปีหลังโค้ชคนเดิมพัน ของทางทีมชาติญี่ปุ่นลาออกจากตำแหน่ง แล้วตำแหน่งนั้นว่างลง โดยอยู่ระหว่างการรอหาโค้ชมาทดแทน อากิระ นิชิโนะ จึงได้ถือกำเนิดขึ้น จากการนั่งเก้าอี้แทนโค้ชตัวจริงมาประจำตำแหน่งโค้ชแก้ขัดอย่างตัวของเขาเอง

จากการเป็นโค้ชที่ต้องดูแลทีม แบบที่เรียกว่าขัดตาทัพ แต่จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น และพร้อมพบงานใหญ่ที่มีระยะเวลาเพียง 1 เดือนเพื่อเตรียมตัว ในการแข่งขันเอเอฟซี ยูธ แชมเปี้ยนส์ชิฟ ในปี 1992 แม้จะเป็นงานที่แสนยาก แต่เขาก็สามารถแข่งขันกับทาง เกาหลีใต้และชนะมาได้ และสามารถคว้าเหรียญทองแดงกลับญี่ปุ่นมาได้ จากความสำเร็จนี้ที่เกิขึ้น แต่ตัวของนิชิโนะเลือกที่จะลงจากตำแหน่ง เพื่อไปทำงานกับทีมชาติชุดใหญ่ ก่อนจะกลับมาสร้างอาชีพในฐานะโค้ชเต็มตัว และพบกับอุปสรรคอีกมากมาย กว่าจะเป็นนิชิโนะได้ในวันนี้

กุนซือแดนโสมขาว ที่สร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลให้เวียดนาม

ปาร์ค ฮังซอ (Park Hang-Seo) เป็นกุนซือระดับตำนานชาวโสมขาวเกาหลี ที่โด่งดังมีชื่อเสียงในระดับอาเซียนคนหนึ่ง ด้วยผลงานอันโดดเด่นที่พาทีมชาติเวียดนาม พุ่งทะยานขึ้นสู่การแข่งขันในลีก สำหรับกุนซือคนดังนี้ เคยเป็นอดีตกองกลางทีมชาติเกาหลี ก่อนที่จะเข้ามาคุมทัพเวียดนาม และทำการพลิกโฉมหน้ากองทัพดาวทอง ให้กลายเป็นที่ประจักษ์ผงาดขึ้นมาในโลกลูกหนังทันที โดยครั้งแรกที่เข้ามาควบคุมทีมชาติดาวทอง

และต่อมายังเข้าควบคุมและดูแล U22 อีกด้วย ปาร์ค ฮังซอ เป็นผู้สร้าปรากฏการณ์ความสำเร็จ ให้กับทัพเวียดนาม โดยทำการวางรากฐานของวงการฟุตบอลเวียดนาม โดยการจัดสร้างอคาเดมี่นักเตะ ระดับเยาวชนของทางเวียดนาม และทำการผลักดันนักเตะระดับเยาวชน ที่มีพรสวรรค์ขึ้นมาเป็นทีมชาติชุดใหญ่ จึงทำให้วงการเวียดนามเวียดนาม มีดาวรุ่งด้านเกมการแข่งขัน วงการฟุตบอลเกิดขึ้นมากมาย ปาร์ค ฮังซอ ปัจจุบันได้รับเงินเดือน ที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป

ในอัตราจำนวนที่ 50.000 USD ต่อเดือน หรือประมาณที่จำนวน 600.000 USD ต่อปีนั่นเอง ซึ่งยังนับว่าเป็นราคาที่ไม่มากเท่าที่คิด เพราะผลงานที่ปรากฏออกมานั้น เรียกได้ว่าไร้ข้อกังขาและถ้าหากว่า วงการฟุตบอลดาวทองทีมชาติของเวียดนาม ยังพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ในแนวทางเช่นนี้ต่อไป ไม่นานมากนักอาจจะได้เห็น ฟุตบอลทีมชาติเวียดนามได้ผงาดในระดับโลก ภายใต้การคุมดูแลทีมของกุนซือ ที่มีชื่อว่าปาร์ค ฮังซอ ที่จะประสบความสำเร็จในระดับโลกต่อไปก็ได้​

เสียใจที่อยู่มากกว่า 6 ปียังทำแชมป์ให้ ทรูแบงค็อกไม่ได้ ของลาออก

มาโน โพลกิ้ง ผู้จัดการทีมฟุตบอลคนเก่งของ สโมสรทรู แบงค็อก ที่มีประสบการณ์การทำงานร่วมกับ ทางประเทศไทยมายาวนานกว่า 6 ปีถึงวันนี้เกิดอาการถอดใจ ขอลาออกจากการเป็นกุนซือ ให้กับทางสโมสรเพราะสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นจากการแพ้การแข่งขัน 4 เกทรวดนั่นเอง จนเกิดเหตุที่ต้องออกมารับผิดชอบ กับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเอง สำหรับมาโน โพลกิ้ง เป็นกุนซือสัญชาติบราซิล ที่เข้ามาคุมทัพของทางทรู แบงค็อก

ที่ได้รับคำชมมาอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องที่สามารถสร้างทีมให้ลงแข่งขันได้ ตื่นเต้นเร้าใจสนุกอย่างมาก พร้อมรับด้วยอัตราค่าจ้างที่สูงถึงเดือนละ 30.000 USD ต่อเดือน หรือประมาณ 360.000 USDต่อปี แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณื พ่ายแพ้ต่อเนื่องจากการแข่งขันติดต่อกันถึง 4 เกมการแข่งขันด้วยกัน จนเกิดอาการที่เรียกว่าเสียศูนย์ขึ้นมา จนปัจจุบันได้ลาออก จากการเป็นกุนซือของทางสโมสรเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

กุนซือแข้งไทย ที่สามารถขึ้นสู่ทำเนียบ กุนซืออาเซียนอย่างผ่าเผย

สำหรับกุนซือคนเก่งของเมืองไทย ที่มีชื่อเสียงที่โด่งดังมากที่สุด อีกคนที่หลายคนต่างรู้จักกันดี “ซิโก้” สำหรับซิโก้เป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติ ที่มีชื่อเสียงจนทาง สหพันธ์กีฬาฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้ทำการบันทึกให้ เป็นผู้ที่ทำประตูได้สูงสุด ให้กับทีมชาติไทย และได้รับ ฉายาว่า จอมตีลังกา

และซิโก้ ได้เป็นผู้ก่อตั้งโครงการ ซิโก้ทิปส์ สัญจร ที่ให้ความรู้และฝึกสอนให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ ควบคู่กับการทำรายการ ฝึกสอนทักษะการเล่นฟุตบอล และปัจจุบันเปิดโรงเรียน เพื่อฝึกสอนการเล่นฟุตบอลในลักษณะของ อะคาเดมี่ เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนที่สนใจอีกด้วย สำหรับ “ซิโก้” ถือว่าเป็นนักฟุตบอล

ที่เคยค้าแข้งกับทีมดังแห่งวีลีกมาก่อน และอดีตฮีโร่รายนี้ยังคง ทำงานเกี่ยวกับวงการฟุตบอล เพื่อมุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ วงการฟุตบอลไทยสามารถขึ้นสู่ระดับ อาเวียนให้ได้สูงที่สุด จะทำให้ทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยทางซิโก้ เป็นกุนซือที่ได้รับเงินเดือนที่อัตรา 26.000 USD ต่อเดือน หรืออยู่ที่อัตรา 312.000 USDต่อปี

อ่านเพิ่มเติม  https://www.thaisnews.com/